วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555
1 กันยายน 2555
วันนี้เป็นวันเสาร์แต่ข้าพเจ้าาาา ต้องตื่นแต่เช้ามารร.เพื่อเรียนชดเชยค๊าาา เหนื่อยจริงๆๆ เรียนถึง4โมงเย็นโน่นนนน โหดมากกก แต่ก้อดีนะตอนเลิกได้ไปเที่ยวกองต้าด้วย ^^
วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555
31 สิงหาคม 2555
วันนี้วันศุกร์ รร.หยุดคะ แต่พรุ่งนี้ต้องไปเรียนชดเชย ไม่อยากเรียนเลย แถมยังต้องอดไปค่ายติวที่เชียงใหม่อีก เฮ้อออ ชีวิตเน้อชีวิต แต่ไม่เป็นรัย วันนี้จะนอนทั้งวันคะ พรุ่งนี้ก็เรียนเต็มที่คะ สู้ตายยย วันนี้ขอบ่ายการบ้านไม่ทำ ขอนอนพักน๊าาา 1วันก็ยังดี
วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555
30 สิงหาคม 2555
โอ๊ยย!!! วันนี้วันพฤหัสบดีแล้ววว อีกไม่กี่วันก็วันศุกร์และก็วันเสาร์และก็วันอาทิตย์มันช่าเป็นเดือนที่ไม่ได้พักเลยอ่าาา 1 เดือนมี30-31 วัน มารร.ทุกวันค๊าา เดือนนี้ 31วันฉันรักลก.คะ 5555+ เรียนมาจนเพ้อละฉัน = = *
29 สิงหาคม 2555
วันนี้วันพุธ เลิกรร.เสร็จก็ต้องไปเรียนพิเศษ เรียนพิเศษก็เลิกตั้งเกือบๆ3ทุ่ม โอ้ววว ถึงบ้านต้องรีบอาบน้ำ กินข้าว ละก็ต้องรีบมาทำการบ้านอีกคืนนี้คงอีกยาววว แต่ไม่เป็นไรืสู้ตายค๊าาาาา เพื่ออนาคตทีี่สวยงาม ^^
28 สิงหาคม 2555
วันนี้วันอังคารฉันว่าฉันคงต้องนับถอยหลังเตรียมตัวมาเรียนชดเชย เฮ้ออออ อีก1เดือนก็จะสอบแล้ว งานก็เยอะหนังสือก็ต้องอ่าน โอ้ยยยย ช่วงนี้ครูก็สอบทุกวัน นอนก็นอนดึก ฉันไม่สบายไม่หายสักที ไปหาหมอจนหมอเบื่อละ เมื่อไหร่จะปิดเทอมมมม
วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555
27 สิงหาคม 2555
วันนี้วันเกิดเพื่อนสนิทของฉัน เรียนคอมหนาวมากกกก การบ้านก็ยังเยอะเหมือนเิดิมไม่ต้องถามหหรอกว่าเยอะขนาดไหน เยอะสุดๆค๊าาาา!!!! นอนดึกทุกวันอยากพักบ้างอ่าา T^T อีกไม่กี่วันก็ต้องมาเรียนชดเชยแล้วว เฮ้ออออ เหนื่อยค๊าาา
วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555
ลดน้ำตาลและความอยากอาหารด้วยแอปเปิ้ล
แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีรสชาติดี แถมยังช่วยลดน้ำตาลและความอยากอาหารได้อีกด้วย วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาบอก...
- แอปเปิ้ลมีสารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ขนิดละลายน้ำ ที่มีชื่อว่า เพคติน และยังมีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน แต่ที่น่าสนใจ คือ เพคตินนี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนักและลดโคเลสเตอรอลได้
- แอปเปิ้ลเพียงหนึ่งลูกจะช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้งและน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 % ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลง

- แอปเปิ้ล 2-3 ผลต่อวัน ช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะแอปเปิ้ลมีเพคตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ผลการวิจัยระบุว่า เมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมันและแยกโคเลสเตอรอลออกมาเสร็จสิ้นแล้ว เพคตินจากแอปเปิ้ลจะไปคอยดักจับโคเลสเตอรอลเหล่านั้นและพาทิ้งก่อนที่จะถูก ดูดกลับเข้าร่างกาย และยังพบว่าแอปเปิ้ลลดโคเลสเตอรอลในผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย
- แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุม น้ำตาลในเลือด เพราะเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปอาหารแต่ละชนิดจะถูกย่อยสลายและดูดซึมผ่าน ผนังกระเพาะลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะเพิ่มช้าหรือ เร็วขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอาหารนั้น ๆ เช่น ถ้ารับประทานน้ำผึ้ง น้ำตาลในเลือดจะขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที แต่สำหรับแอปเปิ้ลถึงแม้จะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมาก แต่ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ
- แอปเปิ้ลมีสารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ขนิดละลายน้ำ ที่มีชื่อว่า เพคติน และยังมีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน แต่ที่น่าสนใจ คือ เพคตินนี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนักและลดโคเลสเตอรอลได้
- แอปเปิ้ลเพียงหนึ่งลูกจะช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้งและน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 % ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลง

- แอปเปิ้ล 2-3 ผลต่อวัน ช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะแอปเปิ้ลมีเพคตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ผลการวิจัยระบุว่า เมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมันและแยกโคเลสเตอรอลออกมาเสร็จสิ้นแล้ว เพคตินจากแอปเปิ้ลจะไปคอยดักจับโคเลสเตอรอลเหล่านั้นและพาทิ้งก่อนที่จะถูก ดูดกลับเข้าร่างกาย และยังพบว่าแอปเปิ้ลลดโคเลสเตอรอลในผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย
- แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุม น้ำตาลในเลือด เพราะเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปอาหารแต่ละชนิดจะถูกย่อยสลายและดูดซึมผ่าน ผนังกระเพาะลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะเพิ่มช้าหรือ เร็วขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอาหารนั้น ๆ เช่น ถ้ารับประทานน้ำผึ้ง น้ำตาลในเลือดจะขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที แต่สำหรับแอปเปิ้ลถึงแม้จะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมาก แต่ก็ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ
น้ำใบบัวบก ช่วยให้ตาเป็นประกาย
อย่าเข้าใจว่า ใบบัวบก มีไว้ แก้ช้ำใน อย่างเดียว เพราะสรรพคุณทางยาตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในผักใบเขียว ใบบัวบก ยังมีอีกเพียบ อาทิ บำรุงสายตา บำรุงสมอง ควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดภาวะความเป็นหมัน ช่วยชะลอความแก่ ช่วยป้องกันร่างกายด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย แก้ช้ำใน บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ขับปัสสาวะ แก้อาการเริ่มเป็นบิด ท้องร่วง เป็นยาขจัดเลือดเสีย แก้โรคผิวหนัง แก้พิษงูกัด ระดูขาว ดับพิษไข้ แก้อาเจียนเป็นเลือด และดีซ่าน เป็นต้น
บัวบก เป็นพืชปลูกง่าย มีประวัติการใช้ประโยชน์ทางยามานาน มีใช้ทั้งในตำราอายุรเวทของประเทศจีนและแพทย์แผนไทย พบมากในประเทศแถบยุโรป แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา พบว่า ส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ที่ ส่วนของใบและราก

ศุกร์นี้ กินดี จึงหยิบเมนูสุขภาพทำได้ไม่ยากมาให้ลอง เมนูที่ว่าคือ น้ำใบบัวบก เตรียมส่วนผสม 3 อย่างคือ ใบบัวบก 10 กรัม, น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม และน้ำเชื่อม 15 กรัม น้ำเชื่อมจะใส่มากใส่น้อย หรือไม่ใส่ก็ตามชอบ
มา ถึงวิธีทำ ล้างใบบัวบกให้สะอาด นำใส่เครื่องปั่นเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย แล้วปั่นจนละเอียด คั้นกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อมปรุงรสตามใจชอบ
ที่ มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
บัวบก เป็นพืชปลูกง่าย มีประวัติการใช้ประโยชน์ทางยามานาน มีใช้ทั้งในตำราอายุรเวทของประเทศจีนและแพทย์แผนไทย พบมากในประเทศแถบยุโรป แอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา พบว่า ส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษอยู่ที่ ส่วนของใบและราก

ศุกร์นี้ กินดี จึงหยิบเมนูสุขภาพทำได้ไม่ยากมาให้ลอง เมนูที่ว่าคือ น้ำใบบัวบก เตรียมส่วนผสม 3 อย่างคือ ใบบัวบก 10 กรัม, น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม และน้ำเชื่อม 15 กรัม น้ำเชื่อมจะใส่มากใส่น้อย หรือไม่ใส่ก็ตามชอบ
มา ถึงวิธีทำ ล้างใบบัวบกให้สะอาด นำใส่เครื่องปั่นเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย แล้วปั่นจนละเอียด คั้นกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อมปรุงรสตามใจชอบ
ที่ มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
สร้างกล้ามเนื้อง่าย ๆ ได้ด้วยอาหาร
การออกกำลังกายไม่ใช่วิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำให้หนุ่ม ๆ มีกล้ามเนื้อแข็งแรงสวยงาม แต่การเลือกทานอาหารที่ดี ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้คุณได้ ถ้าอยากรู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เข้าข่ายนี้ ลองอ่านข้อมูลดี ๆ ที่เรานำมาจากหนังสือ APPEAL THE BEAUTY BIBLE ฉบับเดือนกรกฎาคม 2555 กันได้เลย
ไข่ ถือเป็นตัวช่วยสำคัญอันดับต้น ๆ ของหนุ่ม ๆ ที่เล่นฟิตเนสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อเลยล่ะ เพราะนอกจากจะหาซื้อได้ง่าย ราคาถูกแล้ว ประโยชน์ของไข่ขาวก็คือ มีโปรตีนสูง ย่อยง่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี หนุ่ม ๆ ที่เล่นเวทหนัก ๆ แนะนำให้ทานไข่ต้มวันละ 2-4 ฟอง เป็นประจำ (แต่ทานเฉพาะไข่ขาวนะ) รับรองกล้ามเนื้อคุณจะแน่นขึ้นจนเห็นได้ชัด
ปลาแซลมอน เพราะในเนื้อปลาหรือน้ำมันปลาแซลมอนนี้มีสารโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ และยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย ดังนั้น คุณจึงควรเลือกทานปลาทะเลน้ำลึกอย่างพวกปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน และปลาเทราต์ ฯลฯ เพราะให้ทั้งโปรตีนและกรดไขมันคุณภาพสูงที่ดีต่อร่างกาย
นม ถือเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่หาง่าย และราคาไม่แพง เมื่อตื่นเช้าไปแล้วจะถูกดูดซึมได้ดี แถมยังมีวิตามิน D และแคลเซียมที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย ผู้ที่อยู่ในช่วงสร้างกล้ามเนื้อหรือกำลังลดน้ำหนักอยู่ แนะนำให้ดื่มนมรสจืดหรือนมพร่องมันเนยจะได้ประโยชน์ตรงจุดที่สุด
โยเกิร์ต ประโยชน์ของโยเกิร์ตนอกจากช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีแล้ว โยเกิร์ตยังเหมาะกับคนที่เล่นเวท เพื่อสร้างกล้ามเนื้อด้วย เพราะในโยเกิร์ตมีธาตุสังกะสีอยู่เยอะ ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี และยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่สึกหรอจากการออกกำลังกายอีกด้วย
ถั่วชนิดต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะให้โปรตีนสูง โดยเฉพาะถั่วเหลือง แล้วในถั่วต่าง ๆ ยังไม่มีไขมันอิ่มตัว ซึ่งเมื่อเทียบกับอาหารจำพวกเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว หรือเนื้อหมูแล้ว เนื้อพวกนี้จะมีไขมันอิ่มตัวอยู่เยอะมาก นอกจากนี้อาหารประเภทถั่วยังมีไฟเบอร์ซึ่งช่วยในการขับถ่าย และช่วยในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อด้วย
ข้าวโอ๊ต เป็นอาหารธัญพืชที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายและยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย เพราะในข้าวโอ๊ตนั้นมีไฟเบอร์สูง ซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมและลดไขมันได้ดี
กาแฟ เนื่องจากในกาแฟมีคาเฟอีนอยู่ ซึ่งประโยชน์ของคาเฟอีนก็คือ มีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ ลดความอ่อนล้า จึงทำให้คุณสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นนั่นเอง
กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานกับผู้ที่ชอบออกกำลังกายหรือนักกีฬา เพราะกล้วยหอมมีแมกนีเซียมที่ช่วยให้กล้ามเนื้อมีแรงและฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้เร็ว ซึ่งหลายคนอาจเคยเห็นนักเทนนิสระดับโลก มักจะทานกล้วยหอมในช่วงพักเบรก ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจหรอก เพราะกล้วยหอมนี้สามารถทานได้ทั้งก่อนหรือหลังออกกำลังกายเลยล่ะ
แอปเปิ้ล หากทานเป็นประจำแล้วจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อ เพราะในแอปเปิ้ลมีสารที่ชื่อเควอซิทิน ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อในคนที่ออกกำลังกายหนัก ๆ นอกจากนี้ในแอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์ซึ่งจะช่วยดูดซับไขมันได้อีกด้วย
พริก คือ พืชที่อุดมไปด้วยสารแคปไซซินซึ่งจะเป็นตัวควบคุมไขมัน และเร่งการเผาผลาญไขมันได้ดี อีกทั้งยังมีสารเสริมพลังที่ทำให้กล้ามเนื้อมีแรงมากขึ้น
น้ำ เป็นของเหลวที่ร่างกายเราขาดไม่ได้เลย นอกจากน้ำจะมีประโยชน์ต่อการลำเลียงสารอาหารต่าง ๆ ผ่านไปตามร่างกายแล้ว น้ำยังมีส่วนช่วยในการเร่งการเผาผลาญในร่างกายเราด้วย ดังนั้น การที่จะมีกล้ามใหญ่ ๆ ได้นอกจากการออกกำลังกาย และเลือกรับประทานทานอาหารแล้ว การดื่มน้ำสะอาดก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณมีสุขภาพดี
ลูกพรุนราชาแห่งไพเบอร์

ลูกพรุนสด
ลูกพรุนเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่ให้ไฟเบอร์ หรือกากใยมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งเจ้าไฟเบอร์นี่เองที่เป็นผลดีต่อร่างกาย เป็นยาระบาย ช่วยรักษาสมดุลของระบบขับถ่าย ลดอาการท้องผูก ลดคลอเรสเตอรอลของผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงได้ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณภาพสูงอีกเป็นจำนวนมาก
ลูกพรุนแห้ง
เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ดังนี้
- วิตามิน B2 ช่วยสร้างเม็ดเลือด ช่วยในการมองเห็น บำรุงผิวหนัง เล็บ และเส้นผม
- วิตามิน C แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านแบคทีเรียอีกด้วย
- วิตามิน E ช่วยสร้างเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ บำรุงตับ ช่วยให้ผิดพรรณผ่องใส รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- แคลเซี่ยม บำรุงกระดูกและฟัน
- มีธาตุเหล็กสูง ช่วยบำรุงเม็ดเลือดแดง มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นตัวนำออกซิเจนไปส่งให้กับทุกๆ เซลล์ในร่างกาย
แต่ใช่ว่าทุกคนจะกินลูกพรุนได้นะครับ ผู้ป่วยโรคไตวาย ไม่ควรกินลูกพรุน เพราะในลูกพรุนมีโปแตสเซียมสูง และผู้ป่วยโรคไตวาย ต้องจำกัดปริมาณโซเดียม โปรตีน น้ำ รวมถึงโปแตสเซียมในลูกพรุนด้วย
ทิ้งท้ายด้วยคลิปการนำลูกพรุนมาทำอาหารต่างๆ ครับ พบกันใหม่ กับอาหารเพื่อสุขภาพตอนหน้าครับ
มะละกออร่อยดีมีประโยชน์
♫•♬♪ ข้าวเหนียวส้มตำ เค้าอยู่หน้าปั้ม ตำปาปาย่าป๊อกป๊อก ♩•♭♬ ใครทันเพลงนี้บ้างยกมือขึ้น !!!! ^^
ปาปาย่าในเพลงที่ลุงเที่ยรี่ร้อง หรือ มะละกอ ก็เป็นวัตถุดิบในการทำส้มตำ(ที่อยู่หน้าปั้ม)นั้นเอง
มะละกอ จัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างนึงเลยที่เดียว สามารถนำมาทำประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนตั้งแต่ยอดอ่อน ไปจนถึงราก เราไปดูกันครับว่าทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

ใบ, ยอด และลำต้นของมะละกอ สามารถนำมาปรุงอาหารได้ เพียงแต่ลำต้นต้องลอกเปลือกออกก่อนก็เห็นเนื้อในขาวจั๊วน่าเจี๊ยะ
ผลมะละกอดิบ นอกจากจะทำส้มตำอร่อยแล้วยังทำแกงส้มมะละกอได้ หรือจะลวกจิ้มกับน้ำพริกก็อร่อยไม่เบา ช่วยขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ และสามารถนำมาทำ ชามะละกอเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับล้างไขมันในลำไส้เมื่อกินอาหารมันๆ ได้ และน้ำยางจากมะละกอดิบยังช่วยเร่งให้ต้มเนื้อเปื่อยเร็วอีกด้วย

ผลมะละกอสุก มีเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย ชะลอความแก่ และอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี แคลเซียม ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน พร้อมทั้งเป็นยาระบายอ่อนๆ ได้ดีทีเดียว
รากของมะละกอ แก้เคล็ดขัดยอกโดยนำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมเหล้าโรงพอกตามที่เคล็ด
เห็นประโยชน์ของมะละกอรึยังครับ ^^
ปาปาย่าในเพลงที่ลุงเที่ยรี่ร้อง หรือ มะละกอ ก็เป็นวัตถุดิบในการทำส้มตำ(ที่อยู่หน้าปั้ม)นั้นเอง
มะละกอ จัดว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างนึงเลยที่เดียว สามารถนำมาทำประโยชน์ได้เกือบทุกส่วนตั้งแต่ยอดอ่อน ไปจนถึงราก เราไปดูกันครับว่าทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

ต้นมะละกอ
ใบ, ยอด และลำต้นของมะละกอ สามารถนำมาปรุงอาหารได้ เพียงแต่ลำต้นต้องลอกเปลือกออกก่อนก็เห็นเนื้อในขาวจั๊วน่าเจี๊ยะ
ผลมะละกอดิบ นอกจากจะทำส้มตำอร่อยแล้วยังทำแกงส้มมะละกอได้ หรือจะลวกจิ้มกับน้ำพริกก็อร่อยไม่เบา ช่วยขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ และสามารถนำมาทำ ชามะละกอเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับล้างไขมันในลำไส้เมื่อกินอาหารมันๆ ได้ และน้ำยางจากมะละกอดิบยังช่วยเร่งให้ต้มเนื้อเปื่อยเร็วอีกด้วย
มะละกอแกะสลักสวยๆ จาก Link นี่ครับ ^^
ผลมะละกอสุก มีเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย ชะลอความแก่ และอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี แคลเซียม ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน พร้อมทั้งเป็นยาระบายอ่อนๆ ได้ดีทีเดียว
รากของมะละกอ แก้เคล็ดขัดยอกโดยนำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมเหล้าโรงพอกตามที่เคล็ด
เห็นประโยชน์ของมะละกอรึยังครับ ^^
กาแฟมีทั้งประโยชน์และโทษ
กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันมากทั้งโลกไม่เว้นประเทศไทยของเราเอง ดังจะเห็นตามห้าง ปั้มน้ำมัน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะมีร้านกาแฟเปิดกันมากมาย ให้เราได้เลือกชิมกันตั้งแต่กาแฟโบราณแก้วละ 10 กว่าบาท จนถึงระดับขึ้นห้างหรูราคาหลักร้อย แต่ไม่ว่าจะระดับไหน ก็ควรจะรู้จักดื่มกาแฟให้เป็นเพื่อประโยชน์ของเราเอง เราไปดูกันดีกว่าครับว่า ประโยชน์และโทษของกาแฟ มีอะไรบ้าง

เริ่มจากข้อดีของการดื่มกาแฟก่อน ^^
- ทำให้มีสมาธิในการทำงานเพิ่มขึ้น เพราะว่ากาแฟทำให้ไม่ง่วง
- ดีต่อผิวพรรณ เพราะกาแฟทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
- ความหอมของกาแฟ ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
- ถ้าได้ดื่มกาแฟดำ หลังอาหารซัก 1/2 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง จะช่วยเร่งน้ำย่อยในกระเพาะ และน้ำย่อยในตับอ่อน เผาผลาญไขมันดีขึ้น
- กาแฟป้องกันโรคได้มากมายทั้งโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ ลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะและนิ่วในถุงน้ำดี
- ช่วยแก้อาการเมาจากการดื่มสุรา เพราะคาเฟอีนจะช่วยสลายแอลกอฮอล์ได้
- ช่วยลดกลิ่นปากได้

เมื่อมีข้อดีก็ย่อมต้องมีข้อเสียแน่นอนครับ ไปดูกันมีอะไรบ้าง
- เมื่อดื่มกาแฟมากเกินไป จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว เป็นผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
- คนที่มีความดันโลหิตสูง ไม่ควรดื่มกาแฟตอนเครียด อาจทำให้เกิดอันตรายได้
- คาเฟอีนในกาแฟจะไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญๆ เช่นธาตุเหล็ก และแคลเซี่ยมในลำไส้ได้ เพราะฉะนั้นเด็กๆ จึงไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อขัดขวางการเจริญเติบโตที่ดีนั้นเอง^^
- ผู้หญิงวัยทอง ห้ามดื่มกาแฟมากเกินควร เพราะจะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้
- ผู้หญิงตั้งครรภ์ก็ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อเด็กน้อยในครรภ์ได้
- เนื่องจากกาแฟช่วยเร่งน้ำย่อยออกมาเยอะเพื่อช่วยย่อย เป็นเหตุให้คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ไม่ควรดื่มกาแฟตอนท้องว่าง
- กาแฟที่ต้มหรือชงแบบให้น้ำเดือดๆ ซึมผ่านผงกาแฟ หรือกาแฟที่ใช้ถุงผ้าชง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
เป็นไงครับ ประโยชน์และโทษของกาแฟ ผมว่า ดื่มได้แต่ดื่มแบบพอดีๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง เพื่อทำให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกับเค้าบ้าง

เริ่มจากข้อดีของการดื่มกาแฟก่อน ^^
- ทำให้มีสมาธิในการทำงานเพิ่มขึ้น เพราะว่ากาแฟทำให้ไม่ง่วง
- ดีต่อผิวพรรณ เพราะกาแฟทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
- ความหอมของกาแฟ ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
- ถ้าได้ดื่มกาแฟดำ หลังอาหารซัก 1/2 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง จะช่วยเร่งน้ำย่อยในกระเพาะ และน้ำย่อยในตับอ่อน เผาผลาญไขมันดีขึ้น
- กาแฟป้องกันโรคได้มากมายทั้งโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ ลดการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะและนิ่วในถุงน้ำดี
- ช่วยแก้อาการเมาจากการดื่มสุรา เพราะคาเฟอีนจะช่วยสลายแอลกอฮอล์ได้
- ช่วยลดกลิ่นปากได้
เมื่อมีข้อดีก็ย่อมต้องมีข้อเสียแน่นอนครับ ไปดูกันมีอะไรบ้าง
- เมื่อดื่มกาแฟมากเกินไป จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว เป็นผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
- คนที่มีความดันโลหิตสูง ไม่ควรดื่มกาแฟตอนเครียด อาจทำให้เกิดอันตรายได้
- คาเฟอีนในกาแฟจะไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญๆ เช่นธาตุเหล็ก และแคลเซี่ยมในลำไส้ได้ เพราะฉะนั้นเด็กๆ จึงไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อขัดขวางการเจริญเติบโตที่ดีนั้นเอง^^
- ผู้หญิงวัยทอง ห้ามดื่มกาแฟมากเกินควร เพราะจะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้
- ผู้หญิงตั้งครรภ์ก็ไม่ควรดื่มกาแฟมากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อเด็กน้อยในครรภ์ได้
- เนื่องจากกาแฟช่วยเร่งน้ำย่อยออกมาเยอะเพื่อช่วยย่อย เป็นเหตุให้คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ไม่ควรดื่มกาแฟตอนท้องว่าง
- กาแฟที่ต้มหรือชงแบบให้น้ำเดือดๆ ซึมผ่านผงกาแฟ หรือกาแฟที่ใช้ถุงผ้าชง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
เป็นไงครับ ประโยชน์และโทษของกาแฟ ผมว่า ดื่มได้แต่ดื่มแบบพอดีๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง เพื่อทำให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกับเค้าบ้าง

10สุดยอดอาหารที่ควรทานทุกวัน
ไม่ว่าใคร ๆ ก็ล้วนแล้วอยากจะมีสุขภาพที่ดีไม่ต่างกัน ดังนั้น การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนเลือกใช้และที่สำคัญ มันให้ผลลัพธ์ที่ดีซะด้วยสิ โดยเฉพาะเรื่องการรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพดีจากภายใน ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ทุกวันเลยล่ะ
อ๊ะ ๆ แต่รู้มั้ยคะว่า นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว หากคุณได้รับประทาน "สุดยอดอาหาร" ในทุก ๆ วันแล้ว ยิ่งทำให้คุณมีสุขภาพดีมากขึ้นไปอีก เอ? ว่าแต่สุดยอดอาหารที่ว่านี้ คืออะไร อิอิ.. ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1. เบอร์รี่
แม้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะเคยเป็นผลไม้ที่หาทานได้ยากในบ้านเรา แต่ในสมัยนี้เห็นจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีขายกันเกลื่อนตามห้างสรรพสินค้า และท้องตลาดบางแห่งด้วยแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมคะว่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้มากเลยทีเดียว แถมยังมีแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และที่สำคัญ ยังมีวิตามิน C ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณและหวัดอีกด้วย

2. ไข่ไก่
ไข่ไก่เป็นสุดยอดอาหารที่หาง่ายมาก ๆ แถมยังราคาถูกอีกแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมว่า ไข่ไก่นั้นเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง ที่ทำให้คุณได้พลังงานแต่ไม่อ้วน แถมมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา อ้อ แถมยังมีลูทีนที่จะป้องกันผิวคุณจากการทำลายของแสงแดดอีกด้วย

3. ถั่ว
ถั่วเป็นแหล่งของเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยในถั่ว 1 ถ้วย จะให้ธาตุเหล็กประมาณ 16 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถั่วยังมีไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ง่ายอีกด้วย

4. อัลมอนต์ แม็คคาเดเมีย และมะม่วงหิมพานต์
เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาของนักโภชนาการ พบว่า ผู้ที่รับประทานเมล็ดพืชเหล่านี้จะมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานถึง 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีโอเมก้า 3 เอแอลเอ ที่จะส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีด้วย

5. ส้ม
เป็นแหล่งวิตามิน C คุณภาพ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งของแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย และเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว เรียกว่าคุณประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว
6. มันเทศ
อาหารที่หาได้ง่าย แถมยังให้ประโยชน์มากมายกับสุขภาพอีก มันเทศเป็นแหล่งเบตาแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยในการบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง คือ มันเทศมีสารต้านมะเร็งสูงอีกด้วยค่ะ

7. บร็อคโคลี่
เป็นแหล่งของวิตามินซี เอ และเค เป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา และมีสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่ช่วยต่อต้านมะเร็งปอด รวมถึงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ วิตามินเคยังเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกด้วย

8. ชา
แม้ว่าชาจะเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ไม่ได้ให้ผลดีต่อสุขภาพเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า การดื่มชาในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ มะเร็ง และทำให้สุขภาพฟันและกระดูกแข็งแรงขึ้น เพราะในชานั้นมีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ

9. คะน้า
มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด รวมถึงมีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิต้านทานโรคที่ดี นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมเสริมสร้างการทำงานของกระดูก

10. โยเกิร์ต
อาหารสุขภาพที่หลาย ๆ คนมักจะซื้อไว้ติดบ้าน เอาไว้ทานยามหิว และนั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้วค่ะ เพราะในโยเกิร์ตนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12 และโปรตีน ดังนั้น ถ้าคุณทานโยเกิร์ตให้ได้วันละ 1 ถ้วย จะทำให้สุขภาพคุณดีอย่าบอกใครเลยล่ะ
อ๊ะ ๆ แต่รู้มั้ยคะว่า นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว หากคุณได้รับประทาน "สุดยอดอาหาร" ในทุก ๆ วันแล้ว ยิ่งทำให้คุณมีสุขภาพดีมากขึ้นไปอีก เอ? ว่าแต่สุดยอดอาหารที่ว่านี้ คืออะไร อิอิ.. ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
1. เบอร์รี่
แม้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะเคยเป็นผลไม้ที่หาทานได้ยากในบ้านเรา แต่ในสมัยนี้เห็นจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีขายกันเกลื่อนตามห้างสรรพสินค้า และท้องตลาดบางแห่งด้วยแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมคะว่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้มากเลยทีเดียว แถมยังมีแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และที่สำคัญ ยังมีวิตามิน C ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณและหวัดอีกด้วย
2. ไข่ไก่
ไข่ไก่เป็นสุดยอดอาหารที่หาง่ายมาก ๆ แถมยังราคาถูกอีกแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมว่า ไข่ไก่นั้นเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง ที่ทำให้คุณได้พลังงานแต่ไม่อ้วน แถมมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา อ้อ แถมยังมีลูทีนที่จะป้องกันผิวคุณจากการทำลายของแสงแดดอีกด้วย
3. ถั่ว
ถั่วเป็นแหล่งของเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยในถั่ว 1 ถ้วย จะให้ธาตุเหล็กประมาณ 16 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถั่วยังมีไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ง่ายอีกด้วย
4. อัลมอนต์ แม็คคาเดเมีย และมะม่วงหิมพานต์
เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาของนักโภชนาการ พบว่า ผู้ที่รับประทานเมล็ดพืชเหล่านี้จะมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานถึง 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีโอเมก้า 3 เอแอลเอ ที่จะส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีด้วย
5. ส้ม
เป็นแหล่งวิตามิน C คุณภาพ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งของแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย และเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว เรียกว่าคุณประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว
อาหารที่หาได้ง่าย แถมยังให้ประโยชน์มากมายกับสุขภาพอีก มันเทศเป็นแหล่งเบตาแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยในการบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง คือ มันเทศมีสารต้านมะเร็งสูงอีกด้วยค่ะ
7. บร็อคโคลี่
เป็นแหล่งของวิตามินซี เอ และเค เป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา และมีสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่ช่วยต่อต้านมะเร็งปอด รวมถึงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ วิตามินเคยังเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกด้วย
8. ชา
แม้ว่าชาจะเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ไม่ได้ให้ผลดีต่อสุขภาพเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า การดื่มชาในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ มะเร็ง และทำให้สุขภาพฟันและกระดูกแข็งแรงขึ้น เพราะในชานั้นมีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ
9. คะน้า
มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด รวมถึงมีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิต้านทานโรคที่ดี นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมเสริมสร้างการทำงานของกระดูก
10. โยเกิร์ต
อาหารสุขภาพที่หลาย ๆ คนมักจะซื้อไว้ติดบ้าน เอาไว้ทานยามหิว และนั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้วค่ะ เพราะในโยเกิร์ตนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12 และโปรตีน ดังนั้น ถ้าคุณทานโยเกิร์ตให้ได้วันละ 1 ถ้วย จะทำให้สุขภาพคุณดีอย่าบอกใครเลยล่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555
5 สุดยอดของว่าง อาหารหัวใจ
กินไม่เลือกระวังจะสร้างไขมันมาอุดหัวใจ ไปดูกันดีกว่าว่าของว่างอร่อย ๆ ช่วยบำรุงหัวใจมีอะไรบ้าง
แอปเปิ้ล
เป็นความจริงที่ว่าการกินแอปเปิ้ลวันละผลจะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรงพยาบาล ในการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แอปเปิ้ลเป็นอันดับสองของผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด (รองลงมาจากแครนเบอร์รี่) และยังมีใยอาหารชื่อเพคติน ควรทำปฏิกริยากับไฟโตนิวเทรียนท์อื่น ๆ โดย สารต้านอนุมูลอิสรนะชื่อ Quercetin พบในแอปเปิ้ลจะช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่เป็นบ่อเกิดของโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ในขณะที่เพคตินช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล "เลว" แอปเปิ้ลยังมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบอีกด้วย
แอปเปิ้ล
เป็นความจริงที่ว่าการกินแอปเปิ้ลวันละผลจะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรงพยาบาล ในการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แอปเปิ้ลเป็นอันดับสองของผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด (รองลงมาจากแครนเบอร์รี่) และยังมีใยอาหารชื่อเพคติน ควรทำปฏิกริยากับไฟโตนิวเทรียนท์อื่น ๆ โดย สารต้านอนุมูลอิสรนะชื่อ Quercetin พบในแอปเปิ้ลจะช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่เป็นบ่อเกิดของโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ในขณะที่เพคตินช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล "เลว" แอปเปิ้ลยังมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบอีกด้วย
Tip: แอปเปิ้ลทุกชนิดดีต่อหัวใจของคุณ แต่แอปเปิ้ลแดงจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด
บลูเบอร์รี่
เบอร์รี่ชนิดนี้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะแมงกานีส วิตามินซีและอี) ซึ่งให้การป้องกันในระดับเซลล์เลยทีเดียว นอกจากการช่วยลดคอเลสเตอรอล "เลว" พร้อมกับการเพิ่มคอเลสเตอรอล "ดี" แล้ว ไฟโตนิวเทรียนท์ยังจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ แถมยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติอีกด้วย
Tip: บลูเบอร์รี่ที่ปลูกแบบออร์แกนิกมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด หากเป็นไปได้กินทุกวันก็ยิ่งดี ส่วนบลูเบอร์รี่แช่แข็งนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยลงมา
บลูเบอร์รี่
เบอร์รี่ชนิดนี้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะแมงกานีส วิตามินซีและอี) ซึ่งให้การป้องกันในระดับเซลล์เลยทีเดียว นอกจากการช่วยลดคอเลสเตอรอล "เลว" พร้อมกับการเพิ่มคอเลสเตอรอล "ดี" แล้ว ไฟโตนิวเทรียนท์ยังจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ แถมยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติอีกด้วย
Tip: บลูเบอร์รี่ที่ปลูกแบบออร์แกนิกมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด หากเป็นไปได้กินทุกวันก็ยิ่งดี ส่วนบลูเบอร์รี่แช่แข็งนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยลงมา
ดาร์กช็อกโกแลต
การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal ชี้ว่า มีอาหารเจ็ดกลุ่มที่จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 75 และหนึ่งในนั้นก็คือดาร์กช็อกโกแลต ซึ่งมีปริมาณโกโก้อยู่สูง โกโก้มีสารจำพวกฟลาวานอยด์ที่ช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดแดงได้ จึงช่วยลดโอกาสเกิดหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าดาร์กช็อกโกแลตช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย
Tip: กินแค่น้อย ๆ ประมาณไม่เกิน 2 ตารางนิ้วต่อครั้ง และเลือกที่มีปริมาณโกโก้เกิน 70%
องุ่น
องุ่นมีสารอาหารปกป้องหัวใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี บี6 โพแทสเซียม และฟลาวานอยด์ สารอาหารเหล่านี้รวมกันจะช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยในการสูบฉีดเลือด โดยเฉพาะวิตามินบี6 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบ ลดโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและความดันโลหิต
Tip: ไม่ว่าจะองุ่นสดหรือองุ่นแช่แข็งก็มีสารอาหารเต็มเปี่ยมเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้กินเมล็ดด้วยนะ
การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal ชี้ว่า มีอาหารเจ็ดกลุ่มที่จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 75 และหนึ่งในนั้นก็คือดาร์กช็อกโกแลต ซึ่งมีปริมาณโกโก้อยู่สูง โกโก้มีสารจำพวกฟลาวานอยด์ที่ช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดแดงได้ จึงช่วยลดโอกาสเกิดหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าดาร์กช็อกโกแลตช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย
Tip: กินแค่น้อย ๆ ประมาณไม่เกิน 2 ตารางนิ้วต่อครั้ง และเลือกที่มีปริมาณโกโก้เกิน 70%
องุ่น
องุ่นมีสารอาหารปกป้องหัวใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี บี6 โพแทสเซียม และฟลาวานอยด์ สารอาหารเหล่านี้รวมกันจะช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยในการสูบฉีดเลือด โดยเฉพาะวิตามินบี6 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบ ลดโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและความดันโลหิต
Tip: ไม่ว่าจะองุ่นสดหรือองุ่นแช่แข็งก็มีสารอาหารเต็มเปี่ยมเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้กินเมล็ดด้วยนะ
อัลมอนด์
อัลมอนด์มีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจมากมาย ได้แก่ ใยอาหาร วิตามินอี โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยแมกนีเซียมนั้นจะช่วยให้ระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ส่วนโพแทสเซียมสำคัญต่อการสูบฉีดเลือด นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังเต็มไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นไขมันที่ดี ในการศึกษามากมายชี้ว่าไขมันชนิดนี้ช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจได้
อัลมอนด์มีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจมากมาย ได้แก่ ใยอาหาร วิตามินอี โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยแมกนีเซียมนั้นจะช่วยให้ระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ส่วนโพแทสเซียมสำคัญต่อการสูบฉีดเลือด นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังเต็มไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นไขมันที่ดี ในการศึกษามากมายชี้ว่าไขมันชนิดนี้ช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจได้
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555
8 ผลไม้ลดความอ้วน ที่สาว ๆ ต้องลิ้มลอง
คุณ สาว ๆ คนไหนที่ปรารถนาจะมีหุ่นเพรียวสวยได้สัดส่วน ก็มักจะเลือกทานผลไม้เป็นของว่าง หรือบางรายก็ทานผลไม้แทนอาหารหลักบางมื้อเลยทีเดียว เพื่อที่ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักจะได้ลดลงสมใจ ว่า แต่...จะเลือกทานผลไม้อะไรดีล่ะ ถึงจะช่วยลดความอ้วนได้แบบสบาย ๆ แถมยังอิ่มท้อง วันนี้ เราก็มีผลไม้ 8 ชนิด ที่จะช่วยให้คุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้ไม่ยากมาบอกกัน
แอปเปิ้ล
ผลไม้สีแดง ๆ เขียว ๆ นี้ สามารถช่วยคุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้อย่างสบาย ๆ เลยล่ะ เพราะแอปเปิ้ลได้ชื่อว่าเป็นราชาของผลไม้ลดน้ำหนัก เนื่องจากแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์มากมาย เมื่อทานเข้าไปแล้ว จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องนาน เพราะน้ำตาลฟรักโทสในแอปเปิ้ลจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกหิว
นอกจากนั้นแล้ว แอปเปิ้ลยังให้พลังงานเพียงแค่ 59 แคลอรี จึงไม่ทำให้อ้วน แถมยังมีวิตามิน แร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย โดยเฉพาะ "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก มันจึงไปเพิ่มกากใยในอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ จึงช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยจับคอเลสตอรอล และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายได้ด้วย
นอกจากนั้นแล้ว แอปเปิ้ลยังให้พลังงานเพียงแค่ 59 แคลอรี จึงไม่ทำให้อ้วน แถมยังมีวิตามิน แร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย โดยเฉพาะ "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก มันจึงไปเพิ่มกากใยในอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ จึงช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยจับคอเลสตอรอล และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายได้ด้วย
สุดยอดผลไม้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีชนิดนี้ ช่วยให้คุณลดความอ้วนได้ไม่ยาก เพราะฝรั่งเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ แถมยังเคี้ยวเพลินอีกต่างหาก จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่อยากกินจุบกินจิบเรื่อย ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว วิตามินซีในฝรั่งยังช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ไร้ริ้วรอยอีกด้วย
เพราะฉะนั้น หิวครั้งหน้า ก็อย่าลืมคว้าฝรั่งมาทานแทนขนมกรุบกรอบนะคะ อ๊ะ...คำเตือนก็คือ ทานแต่ฝรั่งเปล่า ๆ เท่านั้นนะ อย่าเผลอจิ้มพริกเกลือ พริกน้ำตาล เด็ดขาด เพราะจะทำให้อ้วนได้นะเออ
แตงโม
เพราะฉะนั้น หิวครั้งหน้า ก็อย่าลืมคว้าฝรั่งมาทานแทนขนมกรุบกรอบนะคะ อ๊ะ...คำเตือนก็คือ ทานแต่ฝรั่งเปล่า ๆ เท่านั้นนะ อย่าเผลอจิ้มพริกเกลือ พริกน้ำตาล เด็ดขาด เพราะจะทำให้อ้วนได้นะเออ
แตงโม
แตงโมลูกโต ๆ รสหวาน ๆ ไม่ได้ทำให้คุณอ้วนแต่ประการใด เพราะแตงโม 1 ถ้วย ให้พลังงานเพียง 50 แคลอรีเท่านั้น แถมยังให้ไขมันน้อยนิด และยังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำถึง 93% ของส่วนประกอบทั้งหมด ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็ว เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวเลยว่า แตงโม จะทำให้คุณสาว ๆ อ้วนได้ ตรงกันข้าม หากรับประทานแตงโมแทนอาหารมื้อเย็นหนัก ๆ ก็ช่วยลดความอ้วนได้ด้วย แต่ควรทานอย่างพอดี ไม่มากไปนะจ๊ะ ไม่เช่นนั้นท้องไส้จะปั่นป่วนเอาได้ แถมยังต้องเข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อย ๆ ด้วย
ส้ม
สาว ๆ หลายคนมักแกะกากส้มออกจนหมด เพื่อให้ทานได้ง่าย ๆ แต่รู้ไหมว่า คุณกำลังทิ้งของดีไปเสียแล้ว เพราะกากใยของส้มนั่นแหละคือสิ่งที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้สาว ๆ ได้ โดยกากใยจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว และช่วยทำให้ระบายท้องได้ดี อย่างไรก็ตาม ส้ม เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลไม้ลดความอ้วนชนิดอื่น ๆ ดังนั้น ควรรับประทานแต่พอดีแล้วกันนะ
มะละกอ
มะละกอ
มะละกอ เป็นผลไม้ที่ช่วยขับสารพิษของเสียออกจากร่างกาย แถมยังช่วยกำจัดไขมันต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ด้วย โดยมะละกอมีเอนไซน์ปาเปน ที่จะช่วยย่อยโปรตีน และย่อยอาหาร จึงช่วยลดน้ำหนักได้อีกทางด้วย ส่วนใครที่อยากมีผิวพรรณสวย มะละกอ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสน เพราะมะละกอมีวิตามินซี และเบตาแคโรทีนสูง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณได้
แก้วมังกร
แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ช่วยให้คุณอิ่มท้องได้ง่าย ๆ ไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น เพราะแก้วมังกรมีกากใยสูงและแคลอรีต่ำ แถมยังมีรสหวานอร่อย หลาย ๆ คน จึงเลือกรับประทานแก้วมังกรเป็นอาหารเย็น หรือทานรวมกับผักสลัดอื่น ๆ เพื่อช่วยลดน้ำหนัก โดยไม่ต้องห่วงว่าจะความหวานจะไปเป็นไขมันสะสมในภายหลัง
และนอกจากลดน้ำหนักแล้ว ผลพลอยได้จากแก้วมังกรที่คุณสาว ๆ ไม่ควรพลาดอีกเช่นกันก็คือ แก้วมังกรเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีวิตามินซีสูงมาก ดังนั้น จึงช่วยบำรุงผิวพรรณไปในตัว แถมยังช่วยกระตุ้นต่อมน้ำนมดีต่อคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรด้วย
กีวี
อีกหนึ่งผลไม้ยอดนิยมของสาว ๆ ที่ปรารถนาจะลดน้ำหนักเลยล่ะ เพราะกีวีเป็นผลไม้ที่มีกากใยมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25% ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและนาน แถมยังมีวิตามินซี และวิตามินอีสูง ซึ่งจะช่วยให้ผิวพรรณสดใส ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด บำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง และช่วยสลายไขมันในเลือดด้วย ใครที่ชอบทานกีวีจึงได้ประโยชน์จากกีวีแบบหลายเด้งเลย
เกรปฟรุต
สุดยอดผลไม้ไดเอตที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะเมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การกิน "เกรปฟรุต" ครึ่งลูกก่อนมื้ออาหารจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้อย่างเหลือเชื่อ โดยสามารถลดปริมาณแคลอรีได้ถึง 150 แคลอรีต่อวันเชียวนะ แถมเกรปฟรุตครึ่งลูกก็มีแคลอรีเพียงแค่ 39 แคลอรีเท่านั้นเอง
กินแอปเปิ้ลสีอะไร..ดี
บางคนชอบทานแอปเปิ้ลสีแดง บางคนชอบทานสีเขียว แล้วเคยสงสัยไหมว่า แอปเปิ้ลสีไหนให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่ากัน ถ้างั้นลองมาดูกันเลย
แอปเปิ้ลแดง
มีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก
แอปเปิ้ลสีเขียว
รสมักจะเปรี้ยวให้วิตามินซี และช่วยลดน้ำหนัก อีกทั้งมีอีลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
ชอบแอปเปิ้ลสีไหนก็ทานกันตามสบายเลยนะคะ แต่ถ้าจะให้ได้ประโยชน์ครบถ้วน ทานแอปเปิ้ลให้ครบทุกสีก็ดีไม่น้อยนะ
แอปเปิ้ลแดง
มีสารแอนติออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีสารอีลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิว
แอปเปิ้ลสีชมพู มีสารฟิโนลิกมากที่สุด ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
แอปเปิ้ลสีเหลือง มีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก
แอปเปิ้ลสีเขียว
รสมักจะเปรี้ยวให้วิตามินซี และช่วยลดน้ำหนัก อีกทั้งมีอีลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
ชอบแอปเปิ้ลสีไหนก็ทานกันตามสบายเลยนะคะ แต่ถ้าจะให้ได้ประโยชน์ครบถ้วน ทานแอปเปิ้ลให้ครบทุกสีก็ดีไม่น้อยนะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




.jpg)



.jpg)
.jpg)






.jpg)
















